Warning: Division by zero in /home/prakanbi/domains/doctorsiam.com/public_html/spaw2/plugins/spawfm/config/qjdsiavm.php on line 1180
ลมหนาวที่รอคอยแต่มีโรคมาด้วย (?)

 บทความสุขภาพ > ลมหนาวที่รอคอยแต่มีโรคมาด้วย (?)

  ลมหนาวที่รอคอยแต่มีโรคมาด้วย (?) 

โพสเมื่อ : 29 พฤศจิกายน 2559 | อ่านแล้ว 907 ครั้ง โดยทีมงาน : doctorsiam.com

ลมหนาวที่รอคอยแต่มีโรคมาด้วย (?)


       ช่วงนี้บ้านเราเป็นปลายฝนต้นหนาว ทำให้รู้สึกถึงลมเย็นๆ ได้ในช่วงมืดหรือค่ำ จะเริ่มสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นจนต้องหยิบเสื้ออุ่นๆ มาใส่เพื่อบรรเทาหนาวกันบ้างแล้ว หลายคนชอบอากาศเย็นสบาย แต่ถ้าเย็นจัดเกินไป โรคภัยอันตรายต่างก็เข้ามาเช่นกัน หน้าหนาวมีโรคที่สามารถแพร่ระบาดได้มากมาย เช่น

       โรคไข้หวัดใหญ่ จะมีไข้สูง 38-41 องศาเซลเซียส หนาวๆ ร้อนๆ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะมาก ปวดกระบอกตาเวลาตาเคลื่อนไหว มีน้ำตาไหลเมื่อมีแสงสว่าง อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร ขมในคอ อาจมีอาการเจ็บในคอ คัดจมูก น้ำมูกใส ไอแห้งๆ จุกแน่นท้อง คลื่นไส้อาเขียน ท้องเสีย แต่บางรายอาจไม่มีอาการคัดจมูกหรือเป็นหวัดเลยก็ได้

       โรคปอดบวม อาจมีไข้ ไอ เจ็บหน้าอก และหอบเหนื่อย แต่อาการเหล่านี้อาจมีไม่ครบทุกอย่างก็ได้ ถ้ามีไข้ มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน จะไอเป็นพักๆ หรือมีไข้ตัวร้อนตลอดเวลา บางรายก่อนมีไข้ขึ้นอาจมีอาการหนาวสั่นมาก ซึ่งมักจะเป็นเพียงครั้งเดียวในช่วงแรกๆ หรืออาการไอ ในระยะแรกอาจมีอาการไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ แล้วต่อมาจะมีเสมหะขาวหรือขุ่นข้นออกมาเป็นสีเหลือง สีเขียว หรือบางรายอาจเป็นสีสนิมเหล็กหรือมีเลือดปน  หรืออาการเจ็บหน้าอก บางรายอาจมีอาการเจ็บหน้าอก แบบเจ็บแปลบเวลาหายใจเข้าหรือเวลาที่ไอแรงๆ ตรงบริเวณที่มีการอักเสบของปอด ซึ่งบางครั้งอาจปวดร้าวไปที่หัวไหล่ สีข้าง หรือท้อง แล้วต่อมาจะมีอาการหายใจหอบเร็ว และอาการหอบเหนื่อย ผู้ป่วยมักมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ถ้าเป็นมากอาจมีอาการปากเขียว ตัวเขียว ส่วนในรายที่เป็นไม่มากอาจไม่มีอาการหอบเหนื่อยชัดเจน

       โรคหัด เป็นโรคติดต่อที่พบมากกับเด็กอายุ 2-14 ปี มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่จะมีไข้สูงตลอดเวลา กินยาแล้วไข้ไม่ลด เด็กจะซึม กระสับกระส่าย ร้องกวน เบื่ออาหาร มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ น้ำตาไหล ไม่สู้แสง หนังตาบวม จะมีอาการถ่ายเหลวบ่อยครั้ง หลังจากมีไข้ 3-7 วันก็จะมีผื่นซึ่งเริ่มที่ใบหน้า แล้วลามไปทั้งตัว

       โรคอีสุกอีใส ถ้าเด็กเป็นโรคนี้จะมีไข้ต่ำๆ มีอาการอ่อนเพลีย และเบื่ออาหารเล็กน้อย ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีไข้สูง และปวดเมื่อยตามร่างกายคล้ายไข้หวัดใหญ่นำก่อน จากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นขึ้น ซึ่งจะขึ้นพร้อมๆ กันกับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหลังจากมีไข้ประมาณ 1-2 วัน ลักษณะของผื่นเริ่มแรกจะขึ้นเป็นผื่นราบสีแดงขนาดเล็กๆ ก่อน ในอีก 2-3 ชั่วโมงต่อมาจะกลายเป็นตุ่มนูนและตุ่มน้ำใสขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร มีฐานสีแดงอยู่โดยรอบ ตุ่มใสมักทำให้ผู้ป่วยมีอาการคัน และภายใน 24 ชั่วโมงต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำขุ่น มีขนาดใหญ่ขึ้นและแตกได้ง่าย แล้วจะฝ่อหายไปหรือกลายเป็นสะเก็ด ซึ่งสะเก็ดมักจะหลุดหายไปภายใน 7-10 วัน แต่ผู้ป่วยบางรายอาจนานกว่านั้นเป็น 2-3 สัปดาห์ โดยไม่เป็นแผลเป็น (นอกจากจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จนกลายเป็นตุ่มหนองและกลายเป็นแผลเป็น)

       โรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่พบในเด็ก มีอาการคล้ายติดเชื้อไวรัสทั่วไป คือ รู้สึกไม่สบายตัวประมาณ 1-2 วัน จากนั้นเริ่มมีไข้ หลังติดเชื้อ 3-7 วัน และอาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วย หลังจากนั้น 1-2 วัน จะมีน้ำมูก เจ็บปาก เจ็บคอ ไม่ยอมดูดนม ไม่อยากกินอาหาร เด็กอาจร้องงอแง เมื่อตรวจดูในปากพบจุดนูนแดงๆ หรือมีน้ำใสอยู่ข้างใต้ ขึ้นตามเยื่อบุปาก ลิ้นและเหงือก ซึ่งต่อมาจะแตกกลายเป็นแผลตื้นๆ และมีอาการเจ็บมาก ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นแผลในปาก อาจขึ้นบนลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือเพดานอ่อนได้

       โรคอุจจาระร่วง ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเหลวมากกว่า วันละ 3 ครั้ง หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด

       นอกจากโรคที่อาจมากับลมหนาว อาจมียุงลายที่เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงอย่าง โรคไข้เลือดออก โรคเต็งกี่ หรือโรคติดเชื้อไวรัสซิกา เพราะบางพื้นที่มีฝนตกน้ำขังในบางจุดทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ได้ดี ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงขอความร่วมมือประชาชนกำจัดลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์เพื่อตัดวงจรยุงลายพาหะนำโรค

       หลายท่านควรระมัดระวังและดูแลรักษาตัวในช่วงหน้าหนาวให้มากขึ้นนะค่ะ ใช้ผ้าปิดปาก หมั่นรักษาสุขภาพอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ เลี่ยงการใช้ของร่วมกัน ทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินแต่หวานน้อยเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน หลีกเลี่ยงการดื่มสุราเพราะสุราไม่ได้ทำให้ร่างกายอบอุ่น กับไม่สูบบุหรี่เพราะอาจทำให้อาการกำเริบหนักกว่าเดิมได้ หากมีข้อสงสัย หรือไม่แน่ใจอาการให้รีบพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com, www.matichon.co.th, www.pptvthailand.com, news.ch7.com, www.healthandtrend.com, th.theasianparent.com, mumhelper.com, www.chularat.com, kaijeaw.com, medthai.com, siamhealth.net, th.wikipedia.org, www.kaepe.net, www.thaihealth.or.th




จำนวนผู้อ่านทั้งสิ้น 907 ครั้ง


บทความอื่นๆ

 - ลมหนาวที่รอคอยแต่มีโรคมาด้วย (?)
 - Stem cell สเต็มเซลล์ เซลล์ต้นกำเนิดกับการรักษา
 - หูเป็นอะไร?
 - สุขภาพกับการนอนดึก
 - สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตกับสุขภาพสายตา





 

Alert: เนื่องจากผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่สามารถตรวจสอบข้อความทุกข้อความได้ทั้งหมดขณะท่านโพสต์ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นความรับผิดชอบของตัวผู้โพสต์เองโดยทางเราได้ทำการจัดเก็บ IP Address ของท่านไว้เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ตามพรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

   
ความคิดเห็น:           

  
   
 
Username
Password
   
 
 
 
สมัครสมาชิก
ซื้อประกันออนไลน์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ
ศูนย์รับแปลภาษา แปลเอกสาร จัดหาล่าม ที่น่าเฃื่อถือ
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น

พบเว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่เร็วๆ นี้